ถนน

สมุนไพรลดความอ้วน เผยเคล็ดลับลดน้ำหนัก ด้วยการดีท๊อกซ์

ถนน

สมุนไพรลดความอ้วน เผยเคล็ดลับลดน้ำหนัก ด้วยการดีท๊อกซ์

สมุนไพรลดความอ้วน เผยเคล็ดลับลดน้ำหนัก ด้วยการดีท๊อกซ์ –  ความอ้วนเกิดมาจากปัจจัยหลักๆคือการกินอาหารเข้าไปในร่างกายมากกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ และการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทั้งเรื่องเวลาและการเดินทาง จึงเลือกทานอาหารที่ปรุงสำเร็จ อาหารฟาสต์ฟู้ด ที่สำคัญไม่มีเวลาออกกำลังกาย ความเครียดสะสม ซึ่งทำให้อึดอัด ท้องผูก  ถ่ายยากนั่งห้องน้ำนาน อ้วน ลงพุง แถมยังเป็นโรคเบาหวาน น้ำตาลในเลือดสูง ความดัน สิวขึ้น พุงใหญ่ ไขมันสะสม โอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคริดสีดวง มะเร็งลำไส้ สมุนไพรพร้อมเฮิร์บ คือสมุนไพรดีท๊อกซ์ ปราบพุง สลายไขมัน กำจัดเซลลูไลท์ โดยไม่ต้องอดอาหาร

 

สมุนไพรลดความอ้วน

หลายคนลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร การลดน้ำหนักที่ได้ผลดีที่สุดคือการควบคุมอาหารและออกกำลังกายควบคู่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความอดทนและความมีวินัยเป็นอย่างมากอีกทั้งต้องใช้ความต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 เดือน จึงทำให้หลายคนท้อแท้ ซึ่งปัญหานี้จะหมดไปเมื่อใช้ พร้อมเฮิร์บ เป็นตัวช่วยลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร

สมุนไพรลดความอ้วน

สมุนไพรลดความอ้วน Phrom Herb สมุนไพรพร้อมเฮิร์บ ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักแต่เราคือสมุนไพรดีท๊อกซ์ หุ่นสวย สุขภาพดีจบครบในหนึ่งเดียว พร้อมเฮิร์บช่วยลดน้ำหนัก ดีท๊อกซ์ของเสีย ลดน้ำตาลในเลือด ชะลอวัย ปลอดภัยอย.22-2-01061-2-0004 เน้นคุณภาพดี ไม่ตามกระแส

 


สมุนไพรลดความอ้วน

 

เพื่อสุขภาพที่ดีการลดน้ำหนักก็คือ กินอาหารให้ครบทั้ง3 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหารทอด มัน หวาน  และออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 15-30 นาที และที่สำคัญก่อนนอนอย่าลืมดื่มพร้อมเฮิร์บ สมุนไพร 1 แก้ว ทำแบบนี้ติดต่อกัน 1 เดือนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ทั้งรูปร่างและผิวพรรณ สมุนไพรลดความอ้วน พร้อมเฮิร์บ

ผลิตภัณฑ์ของพร้อมเฮิร์บมีสมุนไพรหลากหลายที่มีประโยชน์ เช่น

สรรพคุณของมะขามแขก

  1. ใบและฝักมะขามแขกใช้ปรุงเป็นยาถ่าย ยาระบายได้ดี และช่วยแก้อาการท้องผูกได้ โดยให้นำใบมะขามแขกประมาณ 2 หยิบมือ (ประมาณ 2 กรัม) หรือจะใช้ฝักประมาณ 10-15 ฝัก นำมาต้มกับน้ำ 1 ถ้วยแก้วประมาณ 4 นาที และใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยกลบรสเฝื่อน แล้วใช้รับประทานเพียงครั้งเดียว หรืออีกวิธีจะใช้วิธีการบดใบแห้งให้เป็นผง ใช้ชงกับน้ำดื่มก็ได้ สำหรับบางรายที่ดื่มแล้วเกิดอาการไซ้ท้อง หรืออาการปวดมวนท้อง (ใบจะออกฤทธิ์ไซ้ท้องมากกว่าฝัก) ให้แก้ไขด้วยการนำมาต้มรวมกับยาขับลมปริมาณเพียงเล็กน้อย เช่น กานพลู ขิง อบเชย กระวาน เพื่อช่วยบรรเทาอาการไซ้ท้องและเพื่อแต่งรสให้ดีขึ้น (ใบ, ฝัก)
  2. ใบมะขามแขกช่วยทำให้อาเจียน (ใบ)
  3. ช่วยถ่ายพิษไข้ (ใบ, ฝัก)
  4. ช่วยถ่ายพิษเสมหะ (ใบ)
  5. ช่วยแก้อาการสะอึก (ใบ)
  6. ช่วยขับลมในลำไส้ (ใบ, ฝัก)
  7. ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ (ใบ)
  8. ช่วยถ่ายพิษอุจจาระเป็นมูก (ใบ)
  9. ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร (ใบ, ฝัก)
  10. ใบใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (ใบ)
  11. ช่วยถ่ายโรคบุรุษ (ใบ)
  12. ช่วยถ่ายน้ำเหลือง (ใบ)
  13. ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ใบ)
  14. มีรายงานว่าได้มีการใช้มะขามแขกในคนไข้หลังผ่าตัดคว้านต่อมลูกหมาก และพบว่ามะขามแขกช่วยทำให้ถ่ายอุจจาระที่มีลักษณะอันพึงประสงค์ได้ดีกว่าการใช้ Milk Of Magnesia (MOM) นอกจากนี้แคลเซียมเซนโนไซต์ ยังช่วยทำให้ผู้ป่วยสูงอายุหลังการผ่าตัดสามารถขับถ่ายอุจจาระได้คล่องยิ่งขึ้น
  15. ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของมะขามแขก ช่วยในการขับถ่ายอุจจาระ ต่อต้านการก่อกลายพันธุ์ และต้านเชื้อแบคทีเรีย

ประโยชน์ของมะขามแขก

  • ปัจจุบันมีการนำมะขามแขกมาแปรรูปเป็นสินค้าอย่างหลากหลาย เช่น มะขามแขกแคปซูล ยาชงสมุนไพรมะขามแขก เป็นต้น

ข้อควรรระวังเกี่ยวกับมะขามแขก

  • สำหรับหญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หรือในหญิงมีประจำเดือน ห้ามรับประทานมะขามแขก แต่สำหรับหญิงให้นมบุตร แม้ว่าสารแอนทราควิโนน (Anthraquinones) จะสามารถผ่านออกมากับน้ำนมได้เมื่อใช้ในขนาดปกติ แต่ว่าความเข้มข้นของสารดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อทารกที่รับน้ำนมแต่อย่างใด จึงสามารถใช้มะขามแขกเป็นยาระบายได้ (แต่ไม่แนะนำให้ใช้) (Reynolds, 1989; Baldwin, 1963)
  • ห้ามใช้สมุนไพรมะขามแขกในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี
  • มะขามแขกมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ จึงไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเกร็งในช่องท้อง ไส้ติ่งอักเสบ โรคลำไส้ใหญ่ส่วนล่างอักเสบ ลำไส้อุดตัน หรือมีอาการปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุ (Reynolds, 1989)
  • ผลข้างเคียงมะขามแขก สำหรับบางรายอาจมีอาการไซ้ท้องหรืออาการปวดมวนได้ท้องได้
  • การใช้มะขามแขกเป็นยาระบาย ให้กินในช่วงก่อนนอน โดยยาจะออกฤทธิ์ประมาณ 8-10 ชั่วโมงหลังจากรับประทาน โดยตัวยาจะทำให้อุจจาระมีมวลมากขึ้น ทำให้อุจจาระมีลักษณะนิ่ม ขับถ่ายได้สะดวก
  • เมื่อใช้ในการรักษาอาการท้องผูก ควรใช้เป็นครั้งคราว หรือใช้ยาเท่าที่จำเป็น และใช้รักษาในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ใช้ติดต่อกันเกินกว่า 2 สัปดาห์ เพราะถ้าใช้ติดต่อกันนานอาจจะทำให้ลำไส้ชินกับยา ส่งผลให้ต้องใช้ยาตลอดจึงจะขับถ่ายได้ ทางที่ดีหากคุณมีอาการท้องผูก แนะนำว่าควรใช้ยาสมุนไพรมะขามแขกเท่าที่จำเป็น และหันมารับประทานผักหรืออาหารที่มีกากใยอย่างจริงจัง ออกกำลังกายเป็นประจำ ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา
  • การใช้สมุนไพรมะขามแขกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดพิษต่อตับได้ (Malmquist, 1980) และอาจทำให้อิเล็กโทรไลต์ในเลือดต่ำได้ ทำให้ร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียม ทำให้เลือดมีภาวะเป็นกรดหรือด่าง การดูดซึมผิดปกติ ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย น้ำหนักลด มีความดันโลหิตต่ำในผู้สูงอายุ และอาจทำลายเซลล์ประสาทในลำไส้ได้
  • การใช้มะขามแขกในทางที่ผิด อาจทำให้ปริมาณของแกมมา-โกลบูลินในเลือดต่ำลง และทำให้นิ้วมือนิ้วเท้ามีลักษณะใหญ่และหนา (Finger clubbing)
  • การใช้มะขามแขกอาจทำให้กระดูกบริเวณข้อมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้ (Hypertrophic Osteoarthropathy)
  • การใช้สมุนไพรมะขามแขกเป็นยาระบายหรือแก้อาการท้องผูก หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะก็จะไม่มีอันตราย แต่หากใช้กินวันละหลาย ๆ รอบ หรือใช้ในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะทำให้เสียน้ำจากการขับถ่ายมาก ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลง รู้สึกไม่มีแรง และอาจถึงขั้นช็อกจนเสียชีวิตได้
  • ไม่ควรใช้มะขามแขกร่วมกับยาต้านฮีสตามีนซึ่งเป็นยาแก้แพ้ เพราะอาจจะทำให้ฤทธิ์การเป็นยาระบายลดน้อยลง (Erspamer and Paolini, 1946)
  • หากจำเป็นต้องใช้มะขามแขกติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ คุณควรรับประทานอาหารเสริมที่มีโพแทสเซียมสูง ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดธาตุโพแทสเซียม (Ploss, 1975; Levine et al., 1981)
  • มะขามแขกไม่ควรใช้เป็นยาลดความอ้วน เนื่องจากมันมีฤทธิ์แค่ช่วยในการขับถ่าย เนื่องจากสิ่งที่ถูกจับออกนั้นจะเป็นกากอาหารและน้ำในร่างกาย ส่วนไขมันก็ยังอยู่ในตัวเราเหมือนเดิม ไม่ได้ถูกขับออกไปพร้อมของเสีย

สมุนไพรพริกไทย

เป็นพืชที่มีผลเป็นพวงเม็ดขนาดเล็ก จัดเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา และป็นราชาแห่งเครื่องเทศที่มีรสชาติเผ็ดร้อน สามารถนำมาทำเป็นพริกไทยแห้งไว้ใช้เป็นเครื่องปรุงในการประกอบอาหาร ถ้าเป็นแบบแห้งทั้งเปลือกจะเป็น พริกไทยดำหรือ Black Pepper (เพราะมีผงของเปลือกสีดำปนอยู่) แต่ถ้าลอกเปลือกออกก่อนทำเป็นผงก็จะได้เป็น พริกไทยขาว หรือ White Pepper (พริกไทยล่อน) เนื่องจากพริกไทยมีปริมาณน้ำในแต่ละเม็ดน้อยมาก จึงไม่ค่อยขึ้นรา ซึ่งวิธีการเก็บรักษาก็ง่าย ๆ เพียงแค่เก็บไว้ในโหลแก้วให้มิดชิด ส่วนพริกไทยป่นก็ควรบดเก็บแต่น้อยในภาชนะที่แห้งสนิทและปิดให้มิดชิดเช่นกัน

Click to add a comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

More in ถนน

กาแฟ

ดื่มกาแฟอย่างไรให้ปลอดภัย

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีมีนาคม 3, 2019
หลังการเคลือบแก้ว

หลังการเคลือบแก้ว ควรดูแลอย่างไร

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีมีนาคม 3, 2019
คาสิโนออนไลน์

คาสิโนออนไลน์ Casino online เกมพนันยอดฮิต เปิดเสรีแบบถูกกฎหมาย

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีกุมภาพันธ์ 25, 2019
หลวงพระบาง วังเวียง

โปรแกรมทัวร์หลวงพระบาง วังเวียง

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีกุมภาพันธ์ 22, 2019
โรงงานผลิตครีม

โรงงานผลิตครีม-บริการครบวงจร Vitamaker สร้างแบรนด์เครื่องสำอางค์โดยทีมงานมืออาชีพ

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีกุมภาพันธ์ 9, 2019
51

เฟอร์นิเจอร์บ้าน ไอเดียในการแต่งบ้านในสไตล์วินเทจที่สวยคลาสสิค

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีมกราคม 22, 2019
1.2

สินเชื่อโคราช เพื่อนแท้ฯ ที่พร้อมดูแลทุกความต้องการของคุณ

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีธันวาคม 3, 2018
58ec41d115f0206d4f9fc148_58ec43f415f0206d4f9fc160

5 เคล็ด(ไม่)ลับ แต่งคอนโดห้องเล็ก ให้กลายเป็นห้องใหญ่

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีพฤศจิกายน 29, 2018
เครื่องกรองน้ำ

บริการติดตั้งทั้งจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิษต์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร ฯลฯ

ภูดิศ เรืองเดชมนตรีพฤศจิกายน 15, 2018